Make your own free website on Tripod.com
ประวัติพรรค
นโยบาย
อุดมการณ
เกี่ยวกับพรรค
ติดต่อพรรค

 

 

 

     เมื่อเวลา 10.00 น.พรรคราษฎร ได้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากนายวัฒนา อัศวเหม หัวหน้าพรรค และกรรมาบริหารพรรคบางส่วนลาออก เพื่อเปลี่ยนชื่อพรรคราษฎร พร้อมทั้งรับรองนโยบายของพรรคเพื่อกำเนินการจดแจ้งเปลี่ยนชื่อพรรคอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน ทั้งนี้เป็นการประชุมลับกว่า 1 ชั่วโมง โดยไม่มีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตหัวหน้าพรรคมาร่วมประชุมแต่อย่างใด

    นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่หัวหัวหน้าพรรคมหาชน แถลงภายหลังการประชุมว่า โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนชื่อพรรคราษฎร เป็นพรรคมหาชน โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม 14 คน ประกอบด้วย ตนเป็นหัวหน้าพรรค นายมั่น พัธโนทัย นายอรรคพล สรสุชาติ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายจเด็ด อินสว่าง เป็นเลขาธิการพรรค นายปาน พึ่งสุจริต เป็นรองเลขาธิการพรรค นางสมิตา สรสุชาติ เป็นเหรัญญิกพรรค และนายอภิชาติ ทองอยู่ เป็นโฆษกพรรค

    นายเอนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมี พล.อ.บุญเลิศ พร้อมกับนายนพดล ธรรมวัฒนะ นายจีระศักดิ์ สีหรัตน์ นักวิชาการด้านสาธารณสุข นายทรงฤทธิ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตนักการทูต นายนรินทร์ ศิลปรักษ์ นายประยงค์ เต็มชวาลา อดีตข้าราชการะดับ 10 กระทรวงสาธารณสุข นายรณชัย ตันตระกูล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบก) เป็นกรรมการบริหารด้วย

    "ในวันพรุ่งนี้พรรคราษฎรจะไปจดแจ้งกับ กกต.เพื่อเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคมหาชน และจะมีการแถลงนโยบายและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ โดยยืนยันว่าพรรคมีนโยบายใหม่ ไม่ได้ลอกแบบมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนโยบายเป็นภูมิปัญญา เป็นทุนทางปัญญาไม่ใช่ทุนทางกายภาพ ฉะนั้นการที่จะไปหยิบไปยกหรือเอากุญแจไปไขออกมาไว้ที่ใหม่คงไม่ใช่ เพราะปัญหาอยู่ที่สมอง พรรคมหาชนจะเอาจิตวิญญาณของพระมหาชนกเป็นแบบอย่าง เพราะชื่อพ้องกัน จะใช้จิตใจ และความเพียรที่บริสุทธิ์ทำงานให้ประเทศบ้านเมืองให้ดีที่สุด และบุคคลที่เราคัดสรรมาก็เป็นคนที่มีความรู้เป็นนักคิด"นายเอนก กล่าว

    ด้านนายอรรคพล กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ผู้ต้องหาคนสำคัญในการเสียชีวิตของนายห้าง ทองธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชากรไทย เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วยว่า การเข้ามาช่วยทำงาน เป็นการหารือในเรื่องของนโยบาย ซึ่งประสบการณ์การบริหารเป็นตัวแทนของนักธุรกิจ จะไม่มีการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกรณีคดีส่วนตัวที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ดูแลนโยบายด้านการบริหาร และการประชาสัมพันธ์

    นายอรรคพล กล่าวต่อว่า สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค ขณะนี้มีผู้แสดงเจตจำนงเข้ามาเป็นอย่างมาก แต่ตามขั้นตอนตามกฎหมายแล้ว ตำแหน่งที่ปรึกษายังไม่มีในโครงสร้างพรรค ดังนั้นจึงต้องรอการจดแจ้งอย่างเป็นทางการกับ กกต.ก่อน โดยจะมีการทยอยประกาศที่ปรึกษาเป็นระยะ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคมหาชนจะไม่ไปดึง ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ หรือ พรรคอื่นมาเป็นแนวร่วมหรือลงสมัคร ส.ส.และขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับใครเลย โดยผู้สมัครของพรรคขณะนี้เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.และคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานให้กับพรรค

    "ส่วนกระแสข่าวพรรคมหาชนได้ไปทาบทาม ส.ส.ภาคเหนือ และภาคกลางของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมว่า พรรคคงไม่ทำเช่นนี้ แต่หากเป็นความจำนงของตัวเขาเองก็ต้องเข้ามาพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพราะพรรคมหาชนไม่ใช่ที่ถ่ายเท หรือเพื่อรองรับการย้ายพรรคแต่อย่างใด ส่วนกรณีของนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จะมาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสิทธิ์ส่วนตัว ไม่มีใครสามารถไปบังคับการตัดสินใจได้"นายอรรคพล กล่าว

    ขณะที่นายจเด็ด กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะจากอดีตเป็นข้าราชการประจำ แต่ตนกำลังจะเข้าสู่ถนนการเมือง โดยเป็นความตั้งใจจากประสบการรับราชการมากว่า 40 ปี เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาของประเทศชาติ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ยังทำไม่ได้ ตนยินดีทำหน้าที่แม่บ้านของพรรคอย่างเต็มที่ ตนไม่ขอปรารถนาสู้รบหรือให้ร้ายป้ายสีใครทั้งสิ้น แต่อยากทำประโยชน์ให้กับชาติในเวลาที่เหลืออยู่ จึงไม่อยากไปทะเลาะ และไปขัดแย้งใคร